แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Topics - ดง_ชฎาเกรท

หน้า: [1] 2 3 ... 7
1
ในอดีตวงการฟุตบอลบ้านเรามีนักเตะฝีเท้าดีมากมาย และหลายคนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ จนต่างชาติต้องย่องนิ้วให้ โดยเฉพาะในทวีปเอเชียและย่านอาเซียนรู้จักเป็นอย่างดี แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปหลังจากนักเตะเลิกเล่นไปแล้วพวกเขามักจะโดนลืมออกไปจากสารบบวงการฟุตบอลไทย
       มาในสกู๊ปชิ้นนี้ ทางทีมงาน Hikicker มาขอย้ำอดีตให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับอดีตนักบอลในตำนานสำหรับเหล่าบรรดาแข้งทัพ "ช้างศึก" อีกครั้ง โดยที่เลือกผลงานของตัวนักเตะที่มีความโดดเด่น มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับพวกเขาในเรื่องของจุดเริ่มต้นของการเล่นฟุตบอล เกียรติประวัติ และผลงาน ทั้งการเล่นในนามสีเสื้อที่มีธงไตรรงค์ติดอยู่บนหน้าอก และในนามสโมสร


10. ปิยะพงศ์ ผิวอ่อน "เพชรฆาตหน้าหยก"



หากพูดถึงกองหน้าที่ดีที่สุดของประเทศไทยต้องมีชื่อเขาคนนี้ "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงศ์ ผิวอ่อน แน่นอน โดยเขาผู้นี้เด็กชายมาจากจังหวัดประจวบ โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในทีมชุดเยาวชนสโมสรทหารอากาศ เมื่อปี 2522 ปีถัดมาเจ้าตัวได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของสโมสร และก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยในปี พ.ศ.2524 ลงเล่นในรายการเพสซิเด้นท์ คัพ ที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นรายการแรกของเจ้าตัว ระยะเวลาการติดทีมชาติทั้งหมด 17 ปี ซึ่ง "เดอะตุ๊ก" สามารถทำประตูไปได้ทั้งหมด 103 ประตูด้วยกัน ระดับสโมสรเจ้าตัวเคยเล่นกับทีม สโมสรลักกี้โกลด์สตาร์ ทีมในประเทศเกาหลีใต้ เป็นเวลา 2 ปี และย้ายมาร่วมทีมสโมสรปาหัง ของลีกประเทศมาเลเซีย



อีกทั้งเจ้าตัวยังเคยมีอัลบั้มเพลงมาแล้ว 1 ชุด ในปี 2536 กับค่ายเพลงดังอย่าง นิธิทัศน์ โปรโมชั่น โดยใช้ชื่อว่า "ซัลโว" โดยตอนนี้เจ้าตัวก็ยังทำงานเกี่ยวกับด้านฟุตบอลอยู่ และเป็นพิธีกรรายการกีฬาตามช่องต่างๆอีกด้วย

9.นที ทองสุขแก้ว "เจ้าดำอุตรดิตถ์"



นี้คืออีกหนึ่งนักเตะที่มีเอกลักษณ์ในการเล่นฟุตบอลที่ดุดัน สไตล์หนักแน่น ต้องยกให้เขาผู้นี้ "เจ้าดำอุตรดิตถ์" นที ทองสุขแก้ว เขาคือหนึ่งความภูมิใจของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างแท้จริง ด้วยการเล่นบอลที่โดดเด่นในเรื่องของความโหด ดุดัน ทางบอลดี เขาจึงก้าวขึ้นมาติดทีมชาติในตำแหน่งกองหลังได้อย่างสง่าผาเผย หลังจากที่เจ้าตัวแขวนรองเท้าสตั๊ด ก็ได้เข้ารับราชการในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แล้วเขาได้หันหลังให้กับวงการฟุตบอลไปอย่างไม่หันกลับมาอีกเลย

8. ประพันธ์ เปรมศรี "มนุษย์ไม้"



เขาผู้นี้เริ่มเล่นฟุตบอลด้วยตำแหน่งกองหลัง ด้วยเหตุผลที่โค้ชมองเห็นว่าเจ้าตัวตำแหน่งนั้น เตะบอลแรง สามารถเคลียร์บอลให้ออกไปไกลๆได้ จากนั้นเจ้าตัวก็ได้เล่นในกองหลังตลอดจนเรื่อยมา จนมาติดทีมราชประชาฯ ในครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2517 จนฟอร์มของเขาไปถูกใจกับโค้ชในยุคนั้นจึงถูกเรียกมาติดทีมชาติไทยใน พ.ศ. 2521 และเคยได้แชมป์ในฟุตบอลรายการคิงส์คัพ 5 สมัยติดต่อกันในปี 2522-2527 และเกียรติยศกับทีมราชประชา คือ ถ้วยพระราชทานประเภท ก. 2 สมัย ปี 2523 และ 2525, แชมป์เอฟ เอ คัพ ปี2518,2519,2527, ถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ ปี 2524, ตูกูมูด้าคัพ ปี 2525 และ 2527 นับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะราชประชาที่ครองแชมป์กับสโมสรมากที่สุด
หลังจากที่ ประพันธ์ เปรมศรี ยุติการค้าแข้ง เขาผู้นี้ก็ยังทำหน้าที่ในงานวงการด้านฟุตบอลอยู่เรื่อยๆ ด้วยการรับงานเป็นโค้ช ผู้ฝึกสอน



7.สุทิน ไชยกิตติ "แบ็คหนวดหิน"



สุทิน ไชยกิตติ เจ้าของฉายา "แบ็คหนวดหิน" เริ่มเล่นฟุตบอลในชุดเยาวชนราชประชา ชุดเดียวกับ ประพันธ์ เปรมศรี, ประพนธ์ พงษ์พานิช, วิทยา เลาหกุล, วรวรรณ ชิตะวณิช ซึ่งในยุคนั้นหากใครได้ติดตามฟุตบอลทีมชาติไทยคงรู้ดีและต้องรู้จักเขาคนนี้แน่นอน ซึ่งในตำแหน่งที่ประจำการของเขาคือ แบ็คขวา ส่วนพี่น้องร่วมสายเลือดของสุทิน ไชยกิตติ คือสุรัก ไชยกิตติ จะประจำอยู่ที่ตำแหน่งแบ็คซ้าย ในทีมชาติไทยยุดนั้นถ้าเปิดหน้าจอทีวีขึ้นมาแล้วทีมชาติเตะอยู่เจอทั้ง 2 พี่น้องประจำการอยู่ที่ริมเส้นซ้ายขวาอย่างแน่นอน โดยเขาถูกยกย่องให้เป็นตำนานแบ็คขวาของทีมชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน

6. วรวรรณ ชิตะวณิช "มิดฟิลด์อัจฉริยะ"



วรวรรณ ชิตะวณิช คือหนึ่งในสุดยอดกองกลางของทีมชาติไทย ด้วยการเล่นบอลอันฉลาดของเจ้าตัว และเซนต์บอลที่ยอดเยี่ยม ในยุคนั้นถ้าในตำแหน่งกองกลางไม่มีใครสามารถเบียดให้เขาลงไปสู่ตำแหน่งตัวสำรองได้เลย ทำให้เจ้าตัวถูกตั้งฉายาว่า "มิดฟิลด์อัจฉริยะ" โดยเขาเริ่มเล่นบอลกับสโมสรเยาวชนราชประชา ในปีพ.ศ. 2517 จากนั้นก็ติดทีมราชประชาชุดใหญ่ ในยุคที่มีนักเตะอย่าง วิทยา เลาหกุล , มาด๊าด ทองท้วม เป็นต้น ปัจจุบันเจ้าตัวยังทำงานในด้านวงการฟุตบอลด้วยการเป็นโค้ชฟุตบอลมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะการมีเอกลักษณ์การทำทีมที่ไม่เหมือนใคร คือไม่เคยง้อผู้ใหญ่ของทีม และเจ้าตัวยังต่อต้านกับวัฒนธรรมที่ผู้บริหารของทีมลงมายุ่งในเรื่องของการจัดตัวผู้เล่นอีกด้วย
ซึ่งเขาสร้างชื่อจากการเป็นโค้ชฟุตบอลจาก เอส-ลีก ประเทศสิงค์โปร์ ด้วยเวลาการคุมทีม 11 ปีในประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันเจ้าตัวได้กลับมาอยู่ประเทศที่เป็นแผ่นดินเกิดแห่งนี้

5.มาด๊าด ทองท้วม "เจ้าบังตีนแมว"



มาด๊าด ทองท้วม กับเจ้าของฉายาที่ว่า "เจ้าบังตีนแมว" ด้วยชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ฉะเพราะตัวของเขาทำให้ชื่อของตัวติดปากแฟนบอลชาวไทยมากที่สุด โดยเขาผู้นี้เล่นฟุตบอลด้วยตำแหน่งปีกขวา ในความมีเอกลักษณ์ในการเล่นที่เร็ว ครองบอลกับเท้าได้ดี เปิดบอลแม่น ทำให้เขาก้าวขึ้นมาติดทีมชาติในยุคที่ฟุตบอลทีมชาติกำลังรุ่งเรืองที่สุด ด้วยเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ ชนะทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ได้ 5-2 ในการเล่นฟุตบอลรายการปรีโอลิมปิกโซนเอเซีย รอบสุดท้ายที่สิงคโปร์ พ.ศ. 2526 ,ชนะ เกาหลีใต้ 2-1 ในการเล่นปรีโอลิมปิก โซนเอเซียรอบ คัดเลือกที่สนามศุภฯ พ.ศ. 2526,ชนะเลิศซีเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่ สิงคโปร์ ปี พ.ศ. 2526 ในยุคเดียวกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน(ศูนย์หน้า) และ  ชลอ หงษ์ขจร( ปีกซ้าย) เขาลงเล่นทีมชาติในช่วง พ.ศ.2526-2528

4.วิทยา เลาหกุล "ฮาล์ฟอังกฤษ"



วิทยา เลาหกุล เริ่มเล่นต้นเล่นฟุตบอลจากสโมสรฮากกา และสโมสรราชประชา โดยเขาติดทีมชาติไทยครั้งแรกในวันที่15 มีนาคม พ.ศ. 2518 ซึ่งทีมชาติไทยชนะทีมชาติอินโดนีเซีย 3-1 และเขาผู้นี้ก็เป็นคนไทยคนแรกที่ไปค้าแข้งในลีกยุโรป ในสโมสรแฮร์ธา เบอร์ลิน ในบุนเดสลีกา ในปีพ.ศ.2524 ช่วงนั้นสโมสรนาโปลีของอิตาลีและอีกหลายทีมให้ความสนใจที่จะดึงตัว วิทยา เลาหกุล ไปร่วมทีม แต่เขากลับตัดสินใจย้ายไปเล่นกับทีมในลีกา3 อย่างสโมสรซาร์บรุ๊คเค่น และเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น ก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมก้าวขึ้นสู่ลีกา 2 ได้สำเร็จ ระหว่างที่การค้าแข้งกำลังไปได้ดี วิทยา เลาหกุล ไม่ขอต่อสัญญากับสโมสร เพราะต้องการกลับเมืองไทย หลังจากใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนมานานกว่า 6 ปี โดยลงสนามให้ทีมซาร์บรุ๊คเค่น 52 นัดยิงได้ 8 ประตู  โดยที่มาของฉายาที่ว่า "ฮาล์ฟอังกฤษ" เนื่องจากเขาสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก ซึ่งต่อมาแฟนบอลชาวไทยก็รู้จักเขาในนาม "เจ้าเฮง"



หลังจากที่เจ้าตัวแขวนสตั๊ด ก็มารับงานทางด้านโค้ชฟุตบอลให้กับทีมชลบุรี เอฟซี จากโปรลีกจนได้เข้ามาเล่นไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสร และเจ้าตัวยังเคยไปคุมทีมมโตโตริ ในลีกดิวิชั่น3ของญี่ปุ่น พร้อมทั้งซื้อตัวอดุลย์ หละโสะนักเตะไทยจากสโมสรฟุตบอลชลบุรีไปร่วมทีมอีกด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง ในฐานะผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง

3. เฉลิมวุฒิ สง่าพล "เท้าชั่งทอง"



เฉลิมวุฒิ สง่าพล หรือที่ใครๆ เรียกกันติดปากว่า "โค้ชหนุ่ย" เป็นชาวกรุงเทพมหานคร โดยเขาผู้นี้เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งโค้ชคนแรกคือ ชวลิต สง่าพล นักเตะกองกลังทีมชาติไทยที่เป็นพี่ชายแท้ๆของเขา ช่วยปลุกปั้นและสอนเบสิค ทักษะการเล่นบอลให้กับโค้ชหนุ่ย ซึ่งเขาเริ่มฉายแววในการเป็นยอดกองกลางเมื่อตอนสมัยเรียนอยู่โรงเรียนปทุมคงคา จนถูกชักชวนให้เข้ามาร่วมทีมสโมสร ธ.กรุงเทพ มาเล่นในถ้วยพระราชทานประเภท ค และก็สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ก่อนเจ้าตัวจะสามารถขึ้นไปเล่นในระดับถ้วย ก  และเขาก็พาทีม ธ.กรุงเทพกวาดแชมป์ถ้วย ก มาได้ 4 สมัย แชมป์ควีนส์คัพ 1 สมัย และอีกมาย
แน่นอนด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติไทยได้อย่างไร้ข้อกังขา โดยเขาติดทีมชาติครั้งแรกในศึกเยาวชนชิงแชมป์อาเซียนในปี 2520 จากนั้นก็ติดทีมเรื่อยมา โดยใช้เวลา 2 ปีเขาก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่สำเร็จด้วยวัยเพียง 21 ปี โดยรายการแรกที่เล่นชุดใหญ่คือรายการ เพรสซิเด้นท์ คัพ ที่ประเทศเกาหลีใต้ จากนั้น "โค้ชหนุ่ย" ก็ติดทีมชาติมาอย่างยาวนาน คว้าแชมป์ฟุตบอลในนามทีมชาติมาหลายรายการ จนกลายเป็นกองกลางที่ได้รับการยอมรับมากในเวลานั้น ด้วยฝีเท้าและมันสมอง รวมถึงการจ่ายบอล เปิดบอลที่แม่นยำ ทำให้ตัวเขาได้ฉายา "เท้าชั่งทอง" จากความสามารถของเขาทำให้มีชื่อติด ดาราเอเชีย ที่ถือว่าเป็นคนแรกของเมืองไทยในตำแหน่งกองกลางอีกด้วย



หลังจากที่เจ้าตัวหันหลังให้กับการเป็นนักเตะ "โค้ชหนุ่ย" ก็ทำงานในวงการฟุตบอลมาตลอด ปัจจุบันเจ้าตัวเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมพัทยา ยูไนเต็ด ทีมในระดับไทยพรีเมียร์ลีก

2.นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ "สิงห์สนามศุภ"



นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ปัจจุบันวัย 64 ปี ชื่อเล่น ต๋อง ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมงานของสโมสรท่าเรือ  เริ่มเล่นฟุตบอลในปี2507 ในสโมสรเยาวชนของวิทยาลัยพลศึกษา และโรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ก่อนจะเล่นในสโมสรราชวิถี และสโมสรการท่าเรือไทย พร้อมกับทีมชาติไทย ใช้ชีวิตการเป็นนักฟุตบอล 23 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2509-2522 โดยโค้ชคนแรกของเขาคือ เหงียน วัน เดื๊อก อดีตดารานักเตะทีมชาติเวียดนามใต้ก่อนโอนสัญชาติเป็นไทย ซึ่งเป็นพ่อของเขาแท้ๆ นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เป็นนักเตะทีมชาติปีกขวาร่างเล็ก แต่ฝีเท้ายอดเยี่ยม แกร่งเกินตัว เมื่อใดที่กระชากลูกบอลหลบกองหลังฝ่ายตรงข้าม ทุกคนภายในสนามศุภชลาศัยเป็นต้องระทึกใจและได้ส่งเสียงเฮลั่น จึงได้มาซึ่งฉายาจากเหล่ากองเชียร์ว่าเป็น "สิงห์สนามศุภฯ"  เขายิงประตูแรกให้กับตัวเองในนามทีมชาติไทยได้ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2510 ซึ่งนัดนั้นทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติเกาหลีใต้ 1-2 แต่ชื่อเสียงนิวัฒน์ก็โด่งดัง และหลังจากนั้นก็มีชื่อติดทีมชาติไทยมาตลอด 12 ปี

1. อัศวิน ธงอินเนตร "จอมเหินหาว"



อัศวิน ธงอินเนตร เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งจริงๆแล้ว อัศวิน ไม่ได้มาทางด้านกีฬาฟุตบอลมาก่อน โดยเขา เล่นกีฬาประเภทกรีฑาประเภทลู่และลาน เมื่อครั้งที่ก้าวเข้าสู่รั้วธรรมศาสตร์ เขาได้เข้าไปขอโค้ชฟุตบอลธรรมศาสตร์เล่น ฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้า แต่ด้วยความสูงของตัวเขาที่มีความสูงถึง 180 เขาจึงถูกจับไปเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังจากนั้น อัศวิน จึงตัดสินใจเลือกที่จะเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง เมื่อเข้าร่วมสังกัดทีมธนาคารกรุงเทพ ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง สโมสร โดยมี อ.สำเริง ไชยยงค์ เป็นโค้ช มาในปีพ.ศ.2505 อัศวิน ธงอินเนตร มีอายุในขณะนั้น 25 ปี จึงถูกเรียกติดทีม ชาติในชุดที่เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลรายการเอกราชเวียดนามใต้ และนี้คือเกียรติประวัติรายการแรกของเจ้าตัว
        และนัดที่สร้างชื่อเสียงให้กับเจ้าตัวได้อย่างแท้จริงคือนัด มูลนิธิอานันทมหิดลจัดแข่งขันฟุตบอลการกุศล นัด ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังเมืองไทยสมัยนั้น เพราะเป็นการพบกันระหว่างสโมสรทหารอากาศแชมป์ถ้วยใหญ่ 7 ปี ซ้อน (พ.ศ. 2500 - 2506) ที่มีนักเตะดังอย่าง เล็ก อมฤตานนท์, ปราณีต ปราณีตบุตร, ล้วน พันธ์งาม, ประกอบ รัศมี มาลา, นักรบ โพธิ์แสง, ทองหล่อ เจริญเดช, ยรรยง นิลภิรมย์ ฯลฯ และทีมธนาคารกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วยเหล่าผู้เล่น ดาวรุ่งอนาคตไกล อาทิ อัศวิน ธงอินเนตร, อัษฎางค์ ปาณิกบุตร, วิชิต แย้มบุญเรือง, สมศักดิ์ อ่อนสมา, ยรรยง ณ หนองคาย, ประเดิม ม่วงเกษม เป็นต้น นอกจากนี้ ที่สำคัญเป็นการแข่งขันหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระรามาธิบดีแห่งมาเลเซีย อีกด้วย ก่อนสโมสรบัวหลวงจะพลิกชนะลูกทัพฟ้า 5 - 1 โดยตลอดการแข่งขัน อัศวินได้รับเสียงปรบมือจากแฟนฟุตบอลรอบสนาม เมื่อสามารถพุ่งลอยตัวอยู่ในอากาศเพื่อป้องกันลูกอันตรายไว้ได้ หลายครั้งด้วยกัน และภายหลังเกมยังได้รับคำชมจากบรรดานักข่าวหนังสือพิมพ์เกือบทุกสำนัก จนมีหลายทีมหลาย สโมสรติดมาต่อมายังสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯให้ตามเจ้าตัวไปเล่นฟุตบอลอาชีพ โดยระบุเงินเดือน ๆ 8,000 บาท ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นเม็ดเงินที่สูงมาก แต่เขาก็ได้ปฏิเสธบอกปัดไป อัศวิน ธงอินเนตร ยังเคยได้เป็นผู้รักษาประตู "ALL STAR" คนแรกของทวีปเอเชีย อีกด้วย



มาในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ข่าวร้ายก็มาถึงวงการฟุตบอลไทยจนได้ เมื่อทีมชาติไทยลงสนามซ้อมกับสโมสรธนาคารกรุงเทพ ณ สนามบางนา และใน น.15 ของการแข่งขัน อัศวิน ธงอินเนตร พุ่งตัวออกไปเพื่อทำหน้าที่ป้องกันประตูจากกองหน้าฝ่ายตรงข้าม แต่ทว่าเกิดปะทะกันอย่างแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ อัศวินนอนนิ่งอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยมหน้าเขตประตู ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนนักฟุตบอลสองทีม ต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และช่วยกันนำร่างของเขาส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฎว่าไม่ทันการณ์เสียแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างลงข่าวการเสียชีวิตของ อัศวิน อย่างครึกโครม และเหตุการณ์นี้เองคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย เขาได้ไปอย่างสงบแล้ว เหลือไว้แต่ชื่อและผลงานที่เขาสร้างไว้ "อัศวิน ธงอินเนตร" จอมเหินหาว


เครดิต.....<<บอส หลานย่าฮวย>>

2
ลงชื่อไปเยือนกาญจนบุรี ออกจากลำโพ 09.00น หน้าศาลากลาง 10.00น
ตลาดพุทธมณฑล 11.00น ถึงกาญจนบุรีประมาณ ไม่เกิน 14.00นเที่ยวแหล่ง
ท่องเที่ยวประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง เคลื่อนตัวเข้าสนาม เดินทางโดยรถตู้
15 ที่นั่ง ราคาคนละ 120 บาทลงชื่อก่อนวันพฤหัสฯ ลงชื่อต่ำกว่าสิบคน
ยกเลิก เชิญพี่น้อง"ชฎาเกรท"ครับ


1.พี่โจ้
2.ดง
3.พี่ศักดิ์
4.คุณพรชัย
5. เอ็ท
6.เกด
7.อาร์มแชร์
8.นะ กลองเทพ

3
ประกาศวันอาทิตย์ที่ 10 เยือนหัวหิน ซิตี้
รถตู้ 15 ที่นั่งออกจากลำโพ 09.30 ต่อด้วยไปรับ
หน้าศาลากลาง 10.00 รับที่ตลาดพุทธฯ 10.30
ถึงหาดสวนสน 12.30-13.00 นั่งเล่นชิวๆริมทะเล
14.00 เข้าสนาม มาร่วมลงชื่อนะครับ หมดเขตลงชื่อวัน พฤหัส
ต้องการเช็คคนก่อนจองรถไปกลับท่านละ 100 บาทครับ


1.ดง
2.พี่เอ็ท
3.เกด
4.อาร์มแชร์
5.นะ กลองเทพ
6.พี่ศักดิ์ กระดาษโปรย

4
ผมรู้ทีมเราไม่มีการโปรโมทฯ ไม่ไช่ทีมจังหวัด
ไม่มีสนาม ไม่มีเส้นสาย แต่ผมเชื่อว่ากองเชียร์
อย่างพวกเรา"ชฎาเกรท"และกองเชียร์หน้าใหม่นี่แหละ
จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ดี ที่จะคอยสนับสนุนให้ทีมที่
พวกเรารักเดินไปในแนวทางที่เราคาดหวังไว้.......
ขออย่างเดียวอย่าสิ้นหวังและหมดศรัทธา จับมือเดินไปด้วยกันครับ


มาสู้ด้วยกันอีกครั้ง พี่น้อง

5
รวมเพลงเชียร์ / เพลงใหม่ครับ
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 01:14:23 AM »
เสียงคำรามราชประชา โดย ดง

โว่ โว่ โว โว้...  โว้ โว โว๊ โว โว … (ซ้ำ1) โว้โว….
เราเชียร์ตราชฎา ชฎาของเรายิ่งใหญ่
บุกเข้าไปลุยเข้าไป คว้าชัยให้ใด้มาครอง
นี่คือเสียงคำราม ชฎา ชฎา ชฎา
เชียร์ราชประชา เชียร์ราชประชา บีทียู

6
ผมขอลาออกจากการเป็นรองประธาน"กลุ่มชฎาเกรท"
เนื่องจากผมได้งานใหม่ จะต้องทำงานทุกวัน และผลงานจากที่ผมเป็นรองประธานฯ
ผมมองว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ กองเชียร์ที่เชียร์ไม่ได้เพิ่มขึ้น
หรืออาจจะเรียกว่าน้อยลงด้วยซ้ำไป ในวันที่ 22 นี้จึงจะเป็นการเลือก
รองประธานคนใหม่ นอกจากการประชุมแฟนคลับ...

7
พี่แอ๊ด ราชประชา ขอมอบเงินส่วนตัวเพื่อให้กองเชียร์ราชประชา

นำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมของกลุ่ม ด้วยจำนวนเงิน


10000 บาท 


และจะมีพิธีมอบอย่างเป็นทางการโดย พี่แอ๊ด จะมอบให้ พี่โจ้ (ประธานกองเชียร์)

ในนัดที่ทีม ราชประชา จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ กระบี่ เอฟซี

ในวันที่ 7 เมษายน 2555 นี้ครับ





นี่คือ นิมิตรหมายที่ดี ที่เริ่มเข้ามา....และอาจจะมี   สิ่งดีๆเข้ามาเรื่อยๆ


เชื่อผมสิครับ......
. 8)

8
เมื่อวันก่อน ผมมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชม เว็บไซด์ฟุตบอลไทยอันหนึ่ง ได้เห็นการจัด 10 อันดับสโมสรฟุตบอลไทย ดีที่สุดตลอดกาล โดยมีสโมสร “ตราชฎา” ราชประชารวมอยู่ด้วย ประกอบกับ สัปดาห์ที่ผ่านมา สโมสรฟุตบอลราชประชา ได้จัดงาน 44 ปี ราชประชา แสดงมุทิตาจิต ทำให้ผมตัดสินในเขียนเรื่องนี้

สโมสรฟุตบอลราชประชา เดิมชื่อ ทีม “ราชประชานุเคราะห์ดับเพลิง” มี พล.ต.ต.ม.ร.ว. เจตจันทร์ ประวิตร  “คุณชายลูกหนัง”ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นผู้ก่อตั้งสโมสร ราชประชาเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาสโมสรไทย มีเกียรติยศมากมาย คว้าตำแหน่งชนะเลิศ ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. 4 ครั้ง , ถ้วยพระราชทานประเภท ข. 1 ครั้ง, ถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ 2 ครั้ง, ถ้วยพระราชทาน มวก.นนทบุรี 2 ครั้ง และ คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 5 ครั้ง

นักฟุตบอล รุ่นเก่าๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในทุกวันนี้ เท่าที่ผมจำได้ มี อ.ประวิตร ไชยสาม อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยผู้ล่วงลับไปแล้ว คุณยรรยง ณ หนองคาย, อ.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย, คุณประพันธ์ เปรมศรี, คุณวิทยา เลาหกุล หรือ แม้กระทั่ง คุณองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์คนปัจจุบัน ก็เป็นอดีตนักฟุตบอลสโมสรราชประชามาก่อน ส่วนนักเตะ รุ่นหลังๆ ก็มี พัฒนพงศ์ ศรีปราโมช, สุชิน พันธ์ประภาศ, “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, รุ่งเพชร เจริญวงศ์, บทชาย พ้นยาก และ อีกหลายต่อหลายคน ที่ สร้างชื่อเสียงให้กับสโมสร และ ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย

ปัจจุบันสโมสรฟุตบอลราชประชา มี  พล.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร บุตรชาย พล.ต.ต.ม.ร.ว. เจตจันทร์ ประวิตร ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรแทนคุณพ่อ ซึ่งถือว่า ต้องก้าวขึ้นมารับ “บทหนัก” เนื่องจาก ระบบฟุตบอลของเมืองไทยเปลี่ยนไป จากระบบฟุตบอลสมัครเล่น เปลี่ยนเข้าสู่ ระบบฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

พล.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร  พยายาม ปรับตัว  ปรับสโมสร ให้เข้ากับ กระแสฟุตบอลอาชีพ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสฟุตบอลอาชีพ อันเชี่ยวกราก ที่ต้องใช้ เม็ดเงินจำนวนมหาศาล เข้ามาบริหารจัดการทีม เพื่อก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ ก็ ทำให้สโมสรแห่งนี้อยู่ด้วยความยากลำบากพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ผมขอชื่นชม พล.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ที่ยังสามารถประคองตัว สโมสรราชประชา ให้ คงอยู่ ยืนยง มาถึง ทุกวันนี้  รวมอายุได้ถึง 44 ปี  ไม่ยอมล้ม หาย ตาย จาก เหมือนสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ในอดีตอีกหลายทีม ที่ไม่สามารถทานกระแสฟุตบอลอาชีพได้ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ จะยังคงอยู่ในระดับ ดิวิชั่น 1 ก็ตาม

ผมขอปรบมือดังๆให้ครับ

เครดิต: ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน


ที่มา   http://www.ballthaistore.com/article/19909

9
ผมมีหลายรูปที่ประทับใจจะทยอยลงให้ดูครับ

วันนี้นี่ก่อนเลยครับตอนนั้นคนเยอะดีหลายพันคนเลยครับ



ถ่ายโดย : หนุ่มระพีย์ เพื่อนรักผม ;D

10
ฟุตบอลแฟนคลับ / 8.ที่สุดของฟุตบอลแฟนคลับ...
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2012, 12:13:09 PM »
1.เก่งที่สุด...แน่นอน แฮนซั่มบอย
2.ทีมยอดเยี่ยม...ว้าว้าหวู่ ที่เล่นได้เอนเตอร์เทน สนุกสนานที่สุด(เน้นสนุกมากกว่าชัยชนะ)
3.ผู้เล่นยอดเยี่ยม...เต้ย แฮนซั่มบอย
4.ฮาที่สุด...1.พี่เอ็ท กับ จังหวะลูกออกแล้วเอาบอลมาทุ่ม  ;D (นึกมุขนี้นานมั้ยนะ มุขเนียนสมจรงมาก)
              2.พี่โจ้ กับการประจบบีบนวดกรรมการหวังเข้าชิงพออกหักผลักกรรมการทิ้ง 55555
5. 5 ที่สุดผู้เล่นในฝัน... 1.เต้ย แฮนซั่มบอย(ประตู) 2.เก๋ ศาลายา 3.ไตร แฮนซั่มบอย 4.ปาร์ค ขาเมา 5.ริชาร์ด เยน ว้าว้าหวู่
6.ผจก.ทีมยอดเยี่ยมที่สุด... ผจก.ทีมว้าว้าหวู่ที่จัดผู้เล่นได้ลงทุกคนโดยไม่มีใครไม่ได้เล่นหรือได้เล่นน้อย
7.ทีมพัฒนาที่สุด...ขาเมา เอฟซี ที่เคยกินแต่บ๊วย ปีนี้ผลิกโผเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก
8.ช่วยเหลืองานมากที่สุด อบต.ติ ที่หาสถานที่ อุปกรณ์ เสื้อผ้า แทบไม่ได้พักผ่อน(ก่อนวันงานนอนตี4เพื่อสกรีนเสื้อทีม)

11
ข่าวประชาสัมพันธ์ ใครที่มีความสนใจไปช่วยเชียร์อุทัยธานี ฟอเรสท์ ของ โต๊ส บาส
กรุณามาลงชื่อที่นี่นะครับ ออกเดินทางเช้ากลับเย็น ร่วม กิน เที่ยว ด้วยกัน
ค่ารถหารกัน เป็นการช่วยเหลือและตอบแทนกัน เพราะหลายครั้งที่กองเชียร์
กระทิงป่าห้วยขาแข้ง มาช่วยเราเชียร์หลายครั้ง....

วันอาทิตย์ที่ 19 กพ. 55  เวลา 17.00 น. ณ สนามกีฬากลางจ.อุทัยธานี

แต่ก่อนนั้นเราจะเที่ยวตัวจังหวัดครับ เช่น วัดท่าซุง วังมัจฉา ตรอกโรงยา





รถรับ 2 จุด
1.ซอยพิชยนันท์ เวลา 10.00น.
2.ปั๊ม ปตท.ลำโพ เวลา 10.30น.

1.พี่เอ็ท
2.ดง
3.พี่โจ้
4.แวนโก๊ะ
5.พี่ศักดิ์ กระดาษโปรย

12
มีทีมร่วมแข่งขันทั้งหมด 5 ทีม ใช้ระบบพบกันหมด ชนะได้ 3 แต้ม เสมอ 1 แต้ม แพ้ไม่ได้แต้ม

แข่งครึ่งละ 10 นาที พัก 5 นาที นำเอาทีมที่คะแนนดีที่สุด 2 ทีม

เข้าไปเตะชิงชนะเลิศ กรณีที่มีทีมคะแนนเท่ากันจะนับลูกได้เสีย

หากว่ายังเท่ากันอีก จะให้ทั้ง 2 ทีมเตะจุดโทษกัน ทีมที่ร่วมการแข่งขันทุกทีมกรุณารักษาเรื่องเวลาด้วยนะครับ

ทีมที่ร่วมการแข่งขัน
1.แฮนซั่มบอย เอฟซี
2.ขาเมา แอทเลติค
3.ว้าว้าหวู่ ยูไนเต็ด
4.ลำโพ สโมสร
5.ศาลายา ฮันเตอร์ เอฟซี


โปรแกรมฟุตบอลแฟนคลับราชประชา   
         
คู่ที่                  ทีมที่แข่งขัน                     เวลา   
1   ขาเมา แอทเลติค - ว้าว้าหวู่ ยูไนเต็ด   10:00 - 10:25     
2   หน้าตาดี เอฟซี - ศาลายา ฮันเตอร์   10:35 - 10:55     
3   ลำโพ สโมสร - ขาเมา แอทเลติค   11:00 - 11:25     
4   หน้าตาดี เอฟซี - ว้าว้าหวู่ ยูไนเต็ด   11:30 - 11:55     
5   ศาลายา ฮันเตอร์ -ลำโพ สโมสร    12:00 - 12:25
     
พักรับประทานอาหารร่วมกัน 12:30 - 13:25
           
6   ขาเมา แอทเลติค - หน้าตาดี เอฟซี   13:30 - 13:55     
7   ลำโพ สโมสร - ว้าว้าหวู่ ยูไนเต็ด   14:00 - 14:25     
8   ศาลายา ฮันเตอร์ - ขาเมา แอทเลติค   14:30 - 14:55     
9   ลำโพ สโมสร - หน้าตาดี เอฟซี   15:00 - 15:25     
10 ศาลายา ฮันเตอร์ - ว้าว้าหวู่ ยูไนเต็ด   15:30 - 15:55
     
11   คู่พิเศษ ทีมแฟนคลับราชประชา  VS  ทีมแฟนคลับนนทบุรี เอฟซี  16:00 -16:30
         
12   คู่ชิงชนะเลิศ   16:30 - 17:00
     
13   มอบรางวัลและร่วมประชุม 17:00 น. เป็นต้นไป




โปรแกรมและกำหนดการณ์ต่างๆอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมครับ

13
มีเสื้อ+กางเกง+ถุงเท้า แต่ทุกท่านที่สั่งต้องโอนเงินให้ผมก่อนวันที่ 15 มกกราคม 2555

หรือนำมามอบให้ผมในวันที่ไปเยือน สุพรรณบุรี ราคา 350 บาท (ถ้าเหลือผมคืนทุกท่าน แต่ไม่เกินจากนี้แน่นอน)

เสื้ออย่างเดียวไม่น่าเกิน 200 บาทครับ (ยี่ห้อเสื้อขอปกปิด)แต่มีโลโก้"หมาป่านักล่า"ที่หน้าอกเป็น โพลีเฟล็ก

โอนมาที่

ธ.กรุงเทพ สาขา บางบัวทอง

ชื่อบัญชี ประสิทธิ์ แจ้งถินป่า

เลขที่บัญชี 1740762024  โอนแล้วโทรแจ้ง หรือ sms มาที่089-1768145 ดง เพื่อการตรวจสอบ

ผู้ที่สั่งพร้อมเบอร์ สั่งได้ไม่จำกัดไม่ว่าคุณจะอยู่ทีมเราหรือไม่ครับ

1.ดง ชฎาเกรท   เบอร์ 10  (ครบชุด)
2.เอ้ หน้าไม้   เบอร์ 7   (ครบชุด)
3.บาส เป้าเปียก   เบอร์ 19   (ครบชุด)
4.เลขาฯเกด   เบอร์ (ยังไม่บอก)   (เสื้ออย่างเดียว)
5.โต๊ส อุทัยฯ   เบอร์ 00   (ครบชุด)
6.พี่พรชัย ศาลายา เบอร์ 5 (ครบชุด)
7.เก๋ ชฎาเกรท เบอร์ 15   (ครบชุด)
8.คุณหนุ่ม นครปฐม   เบอร์ 14 (ครบชุด)
9.คุณหนุ่ม นครปฐม   เบอร์ 21   (ครบชุด)
10ต่อ อินดี้ สวีท   เบอร์ 8   (ครบชุด)
11.น้องตัง ศาลาย เบอร์..... (ครบชุด)
12.น้องต๋อง ศาลายา เบอร์..... (ครบชุด)
13.น้องปี ศาลายา   เบอร์.....   (ครบชุด)
14.คุณธนโชติ เลยซิตี้  เบอร์ 3  เด๋วผมจัดส่งไปให้ (ครบชุด)
15.พี่ศักดิ์ กระดาษโปรย   เบอร์ 19   (ครบชุด)
16.พี่ณรงค์ หน้าไม้ เบอร์....(ครบชุด)
17.คุณJuy@salaya  เบอร์......(ครบชุด)
18.พี่ตี๋   เบอร์....(ครบชุด)
19.ปุ้มปุ้ย เบอร์ 7

14
บอร์ดทั่วไป / จากใจกองเชียร์"ชฎาเกรท"
« เมื่อ: มกราคม 08, 2012, 02:43:49 AM »
ถ้าทีมราชประชาเล่นอย่างทีม บางกอก ยูไนเต็ด วันนี้เพื่อต้องการชัยชนะ

เราไม่ต้องการ เราเคยแพ้มาหลายนัด แต่เราจะไม่แพ้ศักดิ์ศรีในการแข่งขัน

ทีมเราจะไม่เอาศักดิ์ศรีที่สั่งสมมานาน มาทิ้งไว้ที่ นอน นอน นอน




วอนไปยังท่านประธานสโมสร กลุ่มสต๊าฟ และนักเตะ     เราสู้ด้วยใจ

และพวกเรากองเชียร์จะสู้กับคุณครับ




15
จากการรวมตัวของกองเชียร์ไม่กี่คน เช่นพี่โจ้ อ๋อง โอ๊ต

และก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมขอนำมิวสิควีดีโอเพลงนี้มอบให้ทุกคน


http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=216452.0

เครดิตโดย พี่เอ็ท ชฎาเกรท ครับ

หน้า: [1] 2 3 ... 7