แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Topics - ลูกเกด@ชฎาเกรท

หน้า: [1] 2 3
1
นัดอื่นไปดูที่สนาม กลับมามีคลิปตลอด แต่ทำไมนัดที่ไม่ได้ไปดูดันไม่มีคลิป ฮือ เสียใจ :'(

2
บอร์ดทั่วไป / เจออ่างทองเสาร์นี้
« เมื่อ: เมษายน 16, 2013, 07:05:48 PM »
สรุปว่านัดที่อ่างทองจะมาเยือนเราวันเสาร์นี้ (๒๐ เม.ย. ๕๖)
ใช้สนาม ม.กรุงเทพ รังสิต แน่นอนแล้วใช่หรือไม่คะ  :)

3
ไฮไลท์ : http://sstv.siamsport.co.th/clipvdo.asp?id=00031284

''ตราชฎา'' ราชประชา เอฟซี เปิดรังเฉือนเอาชนะ สงขลา เอฟซีไป1-0จากประตูชัยของ ยอง วู จิน
ช่วยให้ ''ตราชฎา'' เก็บ3คะแนนในบ้าน ในการแข่งขันฟุตบอลยามาฮ่าลีกวัน ประจำวันเสาร์ที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา   

การแข่งขันฟุตบอลยามาฮ่าลีกวัน ประจำวันเสาร์ที่ 28 เม.ย. 55
     
ราชประชา เอฟซี 1 - สงขลา เอฟซี 0

 
 
ศึกยามาฮ่า ลีก วัน 2012 ณ สนาม ม.มหิดล ศาลายา เป็นการพบกันระหว่าง ''ตราชฎา'' ราชประชา เอฟซี ทีมอันดับ 13 ที่มี 6 คะแนนจาก 6 นัด เปิดรังเหย้าเพื่อต้อนรับการมาเยือนของ ''วัวชนแดนใต้'' สงขลา เอฟซี ทีมอันดับ 3 ที่มี 11 คะแนน เกมนี้มี ''หนุ่ม'' ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกชื่อหนังของเมืองไทยเดินทางมาร่วมชมและเชียร์เกมคู่นี้อีกด้วย
 
เปิดฉากครึ่งแรกสงขลา เอฟซี ที่อยู่ในชุดสีน้ำเงินล้วนเป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นจากขวาไปซ้าย และเพียง 6 นาทีแรกก็ได้จังหวะลุ้นก่อนจากการยิงของ เอลวิส จ็อบ แต่บอลยังไปติดเซฟ เยน ริชาร์ นายด่านเจ้าถิ่นที่บินปัดออกหลังได้ทัน
 
น.18 มาเล็ก ยาวาหาบ ศูนย์หน้าสงขลา เอฟซี โหม่งบอลเข้าไปซุกตาข่ายได้แล้ว แต่ วินัย ทองยิ้ม ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 สะบัดธงไม่ให้ประตูเนื่องจากมาเล็กอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า เวลาที่เหลือในครึ่งแรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จบ 45 นาทีแรกทั้งคู่ยังเสมอ 0-0
 
กลับมาลุยต่อครึ่งหลัง ''โค้ชแม็กนั่ม'' พัฒนพงษ์ ศรีปราโมทย์ กุนซือราชประชา เปลี่ยนผู้เล่นแนวรุกด้วยการถอด นริศ พูนทรัพย์ ออกแล้วส่ง ยอง วู จิน หัวหอกชาวเกาหลีใต้ ลงเล่นแทน กระทั่ง น.62 ราชประชา เอฟซี ได้ประตูออกนำจากการตวัดยิงของ ยอง วู จิน ช่วยให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 และถือเป็นประตูชัยที่เกิดขึ้นในเกมนี้ จบเกมราชประชา เอฟซี เฉือนชนะสงขลา เอฟซี 1-0 คว้า 3 คะแนนได้ตามคาด
 
หลังจบเกมทางด้าน สมพงษ์ วัฒนา เฮดโค้ช สงขลา เอฟซี เผยว่า ลูกทีมค่อนข้างจะล้าเพราะต้องเดินทางด้วยรถทัวร์แถมรถยังมาเสียที่พัทลุงอีกทั้งเรายังคงต้องปรับเรื่องอารมณ์อีกด้วย ขณะที่ พัฒนพงษ์ ศรีปราโมทย์ กุนซือราชประชา เอฟซี เผยเรามีจังหวะจบสกอร์น้อยแต่สุดท้ายก็สามารถคว้าชัยมาครองได้ ต้องชื่นชมหัวใจลูกทีมที่ช่วยกันสู้เพื่อสโมสรราชประชา

ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport

4
ไฮไลท์จากเว็บปตท.ระยอง : http://www.youtube.com/watch?v=Qi3xqWO7WNs&feature=youtu.be
ข้อมูลจาก Cr. http://www.siamsport.co.th/yamahaleague1/view.asp?code=141853

การแข่งขันฟุตบอล ยามาฮ่า ลีก วัน 2012 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา
ปตท.ระยอง  1 - 1 ราชประชา เอฟซี
''พลังเพลิง'' ปตท.ระยอง เปิดสนาม พีทีที สเตเดี้ยม ทำได้แค่เสมอกับ ราชประชา เอฟซี ไป1-1
โดย ''พลังเพลิง'' ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก ฟร็องซิส โกเน่
ราชประชาได้ประตูตีเสมอจาก เจษฎาภรณ์ พรหมจรรย์ แบ่งกันไปทีมละ1-1คะแนน
 ในการแข่งขันฟุตบอล ยามาฮ่า ลีก วัน 2012 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา

         ที่สนาม พีทีที สเตเดี้ยม เวลา 19.00 น. เป็นการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ระหว่าง "พลังเพลิง" ปตท.ระยอง ทีมอันดับที่ 4 ของตาราง ที่มี 10 คะแนน จาก 5 เกม เปิดบ้านพบกับ "ตราชฎา" ราชประชา เอฟซี ทีมอันดับที่ 12 ของตาราง ที่มี 5 คะแนน จาก 5 เกม
 
         เกมในครึ่งเวลาแรกเจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าทีมเยือน และเปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม น.10 ทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ประกาศิต วิทยาบำรุง ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะที่ไปสกัดทางด้าน ฟร็องซิส โกเน่  ที่ได้บอลหลุดเข้าไปจะถึงเขตโทษ
 
         ก่อนที่ น.15 เจ้าบ้านจะมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง เปิดบอลจากทางด้านขวาเข้าไปที่เสาสอง ก่อนที่อมาดูยิงบอลมาเข้าทาง ฟร็องซิส โกเน่ได้ยิงระยะ 5 หลา ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย หลังจากนั้นเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายโหมบุกอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสได้ประตูที่สองเพิ่มหลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอ ก่อนที่จะจบครึ่งแรกเจ้าบ้านออกนำไปก่อน 1-0
 
         เกมในครึ่งหลังยังคงเป็นทางเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า โดยเป็นฝ่ายเดินหน้าโหมบุกหวังที่จะยิงประตูที่สองให้ได้ และมีโอกาสได้ลุ้นหลายครั้งแต่จังหวะจบสกอร์นั้นยังทำได้ไม่ดีพอ อีกทั้งเจ้าบ้านก็ยังไม่สามารถคุมความได้เปรียบจากตัวผู้เล่นที่มากกว่าได้
 
         ก่อนที่ น.79 ทีมเยือนจะมาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา บริเวณริมเส้นด้านขวา ก่อนที่จะเป็น ชูศักดิ์ สุวรรณา เปิดด้วยขวาเข้าไปที่เสาสอง เจษฎาภรณ์ พรหมจรรย์ ขึ้นโหม่งคนเดียวโล่งๆ ให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1 เวลาที่เหลือเจ้าบ้านโหมเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหลักหวังที่จะยิงประตูขึ้นนำให้ได้อีกครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้
 
         ก่อนที่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็จะมาเหลือผู้เล่น 10 คน เท่ากัน เมื่อ ประธาน แม้นศิริ ไปทำฟาวล์ผู้เล่นของราชประชา ก่อนที่จะถูกใบเหลือที่ 2 ถูกไล่ออกจากสนามไป หมดเวลา 90 นาที เสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
 
         หลังเกมทางด้าน ประพันธ์ เปรมศรี ผจก.ราชประชา เอฟซี ก็ออกมายกย่องลูกทีมที่สู้ด้วยหัวจิตหัวใจและสามารถเก็บ 1 คะแนน ได้ตามเป้า ขณะที่ ดุสิต เฉลิมแสน ผู้ฝึกสอนของ ปตท.ระยอง ก็ออกมารับรู้สึกเสียดายและผิดหวังทั้งที่ทีมได้เปรียบทุกอย่างแต่มาเสียประตูในช่วงท้ายเกม

5
หม่อมเป็บ พล.ต. หม่อมหลวง สุปรีดี ประวิตร ประธานสโมสร ราชประชา เอฟซี ไทยแลนด์
ออกมายันสโมสรไม่มีแผนย้ายไปเล่นที่จังหวัดลำพูน
ยันหากย้ายจริงแฟนบอลต้องถามความเห็นแฟนบอลก่อน

   หลังจากที่ตอนนี้มีกระแสการย้ายทีมของแต่ละสโมสรในระดับดิวิชั่น 1 และไทยลีกออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยทีมในระดับไทยลีกที่จะย้ายถิ่นฐานได้แก่ ทีทีเอ็ม พิจิตร ที่จะย้ายไปเล่นที่จังหวัดเชียงใหม่แทน ส่วนอีกทีมก็มีข่าวได้แก่ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ที่จะย้ายไปเล่นที่จังหวัดอุบลราชธานี ล่าสุดมีข่าวอีกว่า ราชประชา เอฟซี ไทยแลนด์อาจจะย้ายไปเล่นที่จังหวัดลำพูน

   ล่าสุดหม่อมเป็บ พล.ต. หม่อมหลวง สุปรีดี ประวิตร ประธานสโมสร ราชประชา เอฟซี ไทยแแลนด์ ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า "ตนยอมรับว่ามีคนที่ประสานงานให้เราคุยกับทีม ลำพูน วอร์ริเออร์ จริง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งสาเหตุนั้นอย่างที่เป็นขาวคือฤดูกาลหน้าอาจจะมีทีมฟุตบอลอีกทีมมีใช้สนามร่วมกับเรา ส่วนจะเป็นทีมอะไรนั้นตนยังไม่ทราบ ซึ่งเรื่องนี้ก็คงแล้วแต่ทางมหาวิทยาลัยมหิดล(ศาลายา) ที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเจ้าของสนาม

   ทั้งนี้หม่อมเป็บยังเผยอีกว่า ตอนนี้ตนยอมรับว่าทางสโมสรยังไม่มีความคิดที่จะย้ายถิ่นฐานไปที่จังหวัดอื่น ซึ่งสาเหตุนั้นเนื่องจากเราต้องให้ความสำคัญกับแฟนบอล เพราะหากเราย้ายไปเล่นจังหวัดอื่น แฟนบอลที่ตามเป็นกำลังใจให้ทีมนั้นคงจะรู้สึกไม่ดีกับทีม ซึ่งเรื่องนี้ตนคิดว่าสำคัญมาก เพราะการที่จะมีแฟนบอลที่ติดตามเป็นกำลังใจให้ทีมนั้น แฟนบอลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และการที่เราจะตัดสินใจทำอะไรก็ต้องดูความเห็นของแฟนบอลเป็นสำคัญด้วย ถ้าแฟนบอลส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเราก็คงไม่ทำอย่างแน่นอน

   ประธานสโมสรราชประชายังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า แม้ว่าซีซั่นหน้าอาจะมีอีกทีมมาใช้สนามร่วมกับเรา แต่ตนก็เชื่อว่าคงไม่ส่งผลกระทบต่อทีม เนื่องจากฤดูกาลที่ผ่านมาเราให้ความร่วมมือกับม.มหิดลด้วยดี โดยโปรแกรมต่างๆที่เราแข่งขันก็หลีกเหลี่ยงเวลาที่มหาลัยมีกิจกรรม แต่หากจะมีอีกทีมก็ต้องมีการมาพูดคุยในเรื่องของโปรแกรมต่างๆให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ตนก็ยังไม่ทราบเรื่องว่าทีมอะไรจะมาขอใช้งานเพราะทางเจ้าของสนามยังไม่ได้แจ้งมาให้ทราบ


Credit: http://www.thaileagueonline.com

6
หาดใหญ่ เอฟซี ขอสละสิทธิ์ ดิวิชั่น 1 แทน สงขลา เอฟซี
หลังนโยบายการเตรียมทีมไม่สอดคล้องกัน ทำให้ นิพนธ์ บุญญามณี ประธานสโมสรสงขลา
เอฟซี ต้องหาทีมใหม่มาเล่นแทน พร้อมเผย 3 แนวทางออก คือตั้งบริษัทใหม่,
หาสโมสรอื่นมาเล่นและสุดท้ายคืนสิทธิ์ให้สมาคมฯ แม้ยังไม่ชัวร์ว่าสิทธิ์ ด.1
จะยังคงเป็นของตัวเองอยู่หรือไม่ โดยขอเวลา 2 สัปดาห์ รับรองรู้เรื่องชัวร์


"เปี๊ยก" โอเคบุรีรัมย์โอนสิทธิ์
 
        แม้จะยุติปัญหาเรื่องสิทธิ์ของ บุรีรัมย์ พีอีเอ
ที่หาทางออกด้วยการซื้อหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทและชื่อทีมเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ทว่าไม่วายมีปัญหาให้สมาคมฟุตบอลฯ และ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องปวดหัว
เนื่องจากทีมน้องอย่าง บุรีรัมย์ เอฟซี น้องใหม่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ เนวิน
ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ จะขึ้นมาเล่นในไทยลีก 2012 และทำให้มีทีมจาก
บุรีรัมย์ ถึง 2 ทีม ซึ่งขัดต่อกฎระเบียบของสมาคมฟุตบอลฯ และเอเอฟซี
 
        โดยทางออกในเรื่องนี้ บุรีรัมย์ เอฟซี
ได้ยินยอมที่จะโอนสิทธิ์การทำทีมให้กับชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา จำกัด หรือสโมสร
"วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 1 อย่างเด็ดขาด ทำให้ฤดูกาลหน้า สงขลา
เอฟซี จะได้ขึ้นมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกโดยอัตโนมัติ แม้จะจบซีซั่นด้วยการไม่ติด 1
ใน 3 ก็ตาม
 
        เรื่องดังกล่าว "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า
เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ได้เปิดเผยว่าหากทุกอย่างทำตามกฎหมายและไม่ขัดต่อระเบียบของสมาคมฟุตบอลฯ และเอเอฟซี
ถือว่าทำได้ไม่มีปัญหา ทว่า ณ ตอนนี้สมาคมฯ ยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ
จึงไม่กล้าตัดสินว่า สงขลา เอฟซี มีสิทธิ์เล่นไทยลีกได้หรือไม่
 
        โดย "บิ๊กเปี๊ยก" กล่าวว่ากฎของสมาคมฯ
จะต้องดูด้วยว่าทีมที่ขึ้นมาเล่นในไทยลีกมีคุณสมบัติตรงตามที่สมาคมฟุตบอลฯ
และเอเอฟซี กำหนดหรือไม่
แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบไม่ว่าจะเป็นเรื่องใบโอนสิทธิ์ที่ต้องมีตรากฎหมายแพ่งและพานิชย์,
การจดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล, สนามแข่งขัน, มาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
ก็จะสามารถเล่นไทยลีกได้อย่างไม่มีปัญหา
         
มึนสิทธิ์ ด.1 หลังสงขลาขึ้นไทยลีก

        ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้โทรฯ สอบถาม "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า
เลขาธิการสมาคมฯ เกี่ยวกับสิทธิ์ในพื้นที่ดิวิชั่น 1 ในกรณีที่ สงขลา เอฟซี
หรือชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา จำกัด ได้ขึ้นไปเล่นไทยลีก จากการรับโอนสิทธิ์จาก
บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมใน ไทยลีก 2012
 
        โดยจะทำให้ ดิวิชั่น 1 เหลือ 17 ทีม ซึ่ง "บิ๊กเปี๊ยก"
บอกเพียงว่าจะต้องศึกษากฎระเบียบอย่างแน่ชัดอีกครั้ง พร้อมให้ วีระ คำมี
ประธานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้ดูแลและเตรียมหารือร่วมกัน
ซึ่งจะพยายามหาทางออกให้เร็วที่สุดเพื่อการเตรียมทีมในฤดูกาลหน้า
 
        ทั้งนี้ สงขลา เอฟซี ที่ได้สิทธิ์เล่นไทยลีกฤดูกาลหน้าจากการรับโอนสิทธิ์เด็ดขาดจาก บุรีรัมย์ เอฟซี
ทำให้ ดิวิชั่น 1 จะมีพื้นที่ว่าง 1 ทีม เนื่องจาก สงขลา เอฟซี
ขึ้นไปเล่นไทยลีกจากกรณีที่ไม่ได้เป็นทีม 1 ใน 3 ของตาราง ซึ่งทาง นิพนธ์ บุญญามณี
ประธานสโมสร สงขลา เอฟซี
 
        ได้เผยก่อนหน้านี้ว่าตนเองจะพิจารณาหาทีมมาเล่นในพื้นที่ ดิวิชั่น 1 แทน
ทว่า ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก
ได้โต้ทันควันว่าไม่สามารถทำได้เพราะ สงขลา เอฟซี ภายใต้ชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา
จำกัด ได้ขึ้นไปเล่นไทยลีกโดยชอบธรรม ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ในดิวิชั่น 1
           
นิพนธ์เผย 3 แนวทางยุติปัญหา   
 
        กลายเป็นปัญหาใหม่ให้ สมาคมฯ และ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องเคร่งเครียด
เกี่ยวกับสิทธิ์ใน ด.1 หลังจากที่สงขลาขึ้นไปเล่นไทยลีก ซึ่งเรื่องนี้ นิพนธ์
บุญญามณี ประธานสโมสร สงขลา เอฟซี
เปิดเผยว่าตนเองกำลังศึกษาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบเพราะไม่แน่ใจว่าสามารถโอนสิทธิ์ในดิวิชั่น
1 ให้ใครได้หรือไม่
 
        ทว่าตนเองพยายามหาทางออก พร้อมบอก 3 แนวทางยุติปัญหาเรื่องดังกล่าว
ประกอบไปด้วย 1.ตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อเล่นใน ดิวิชั่น 1
คล้ายกับกรณีของบุรีรัมย์ที่ฤดูกาลก่อนมี บุรีรัมย์ พีอีเอ เล่นไทยลีก และบุรีรัมย์
เอฟซี เล่นดิวิชั่น 1
ทว่าอาจเป็นการจับปลาสองมือและเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อทีมใหญ่ในอนาคต
   
         2.ดึงทีมจากดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ขึ้นมาเล่นใน ดิวิชั่น 1 แทน
ทว่าทุกอย่างกำลังดูข้อกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ หรือสิ้นเดือน ม.ค.
น่าจะได้ข้อสรุป และ 3.คืนสิทธิ์ให้ สมาคมฯ เพื่อหาทีมในเล่นในดิวิชั่น 1 แทน
   
          นอกจากนั้นในการโอนสิทธิ์ของ บุรีรัมย์ เอฟซี ให้กับ สงขลา เอฟซี
ภายใต้ชื่อ บ.สโมสรฟุตบอลสงขลา จำกัด ทาง นิพนธ์ บุญญามณี
กล่าวว่าสิทธิ์นี้เป็นการโอนอย่างเด็ดขาด นั่นหมายความว่าอนาคต บุรีรัมย์ เอฟซี
จะไม่มีสิทธิ์ดึงกลับไปทำเหมือนเดิม
โดยได้บอกว่าการโอนสิทธิ์ครั้งนี้ไม่มีเรื่องเม็ดเงินเข้ามาเกี่ยวข้องนอกจากสัญญาลูกผู้ชายว่าจะพาทีม
สงขลา เอฟซี ให้ประสบความสำเร็จและต้องไม่หนีตกชั้นในฤดูกาลแรกของการเล่นไทยลีก     

       
ที่มา :http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/120110_333.html

7
''อินทรีทัพฟ้า'' แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ออกโรงเตือนทีมอื่น
อย่าแอบแทงข้างหลังติดต่อเด็กโดยไม่ผ่านทีม
ย้ำแข้งยังเหลือสัญญาร่วมปี ติงทั้งผิดกฎ แถมเสียมารยาท


        "อินทรีทัพฟ้า" แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด หลังจากที่เสมอกับทางด้าน กัลฟ์ สระบรี เอฟซี 3-3 ในเกมล่าสุด ก็ยังไม่รอดจากโซนตกชั้นได้เต็มร้อย ซึ่งในช่วงท้ายฤดูกาล มีหลายทีมที่จ้องจะดึงตัวนักเตะออกจากทีม  ล่าสุดทางด้าน "บิ๊กรันย์" ศรันย์ สันติพัฒนาชัย ประธาน บ.แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ออกโรงเตือนบรรดาทีมอื่นๆ ว่าหากต้องการที่จะติดต่อกับนักเตะให้ติดต่อผ่านทางสโมสร อย่าแอบติดต่อกับนักเตะโดยตรงเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรง 
 
        "ก็ไม่รู้ว่าจะมีทีมใดรู้บ้าง ส่วนใหญ่นักเตะทีมเราจะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมา มีหลายทีมไม่ว่าจะเป็นทีมในไทยพรีเมียร์ลีก หรือในดิวิชั่น 1 ที่แอบเข้ามาติดต่อเจราจากับเด็กเราโดยตรงนั้นถือว่าเป็นการเสียมารยาทมาก  และตามกฎของทีพีแอลให้โอกาสได้ติดต่อเพื่อเจรจาซื้อขายได้

         หากว่าสัญญานักเตะเหลือไม่ถึง 6 เดือน แต่นักเตะเรามีการเซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี ไม่ใช่ครั้งละปีต่อปี ดังนั้นหากไม่อยากผิดกฎ และเพื่อไม่ให้เสียมารยาท ให้ติดต่อผ่านทางทีมโดยตรง"

ขณะที่ บางกอก เอฟซี เตรียมอัดฉีด 1 ล้านบาท
หากทีมรอดตกชั้น พร้อมเตรียมฉลองปิดเลก 14 ม.ค. นี้

        สำหรับทางด้านทีม บางกอก เอฟซี อีกหนึ่งทีมที่อาจจะต้องลุ้นหนีตายในศึกดิวิชั่น 1 แต่ก็มั่นใจว่า หากเก็บ 3คะแนนในนัดสุดท้ายที่จะพบกับ เชียงใหม่ เอฟซี ได้ จะรอดตกชั้นอย่างแน่นอน โดยทางด้าน "บิ๊กอ๋อ" เอกพร สมศรี เลขาธิการทีมบางกอก เอฟซี เปิดเผยว่า ในเกมนัดปิดท้ายของฤดูกาลที่ บางกอก เอฟซี จะได้เปิดสนามเฉลิมพระเกียรติ บางมด รับการมาเยือนของ เชียงใหม่ เอฟซี

         จะมีการเลี้ยงปีใหม่ให้กับแฟนบอลเพิ่มเติมด้วย และนอกจากนี้ ในวันดังกล่าวจะตรงกับวันเด็ก จะมีกิจกรรมเลี้ยงนักเตะอีกด้วย แถมวันนั้นจะเป็นการเลี้ยงปิดท้ายของฤดูกาล ดังนั้นจึงอยากจะชวนแฟนบอล บางกอก เอฟซี เข้าไปร่วมเป็นกำลังใจกันให้เต็มสนาม เพื่อลุ้นพาทีมหนีตกชั้นอีกด้วย"

   
ยืนยันหนักแน่น 1ล.ชัวร์หากรอดตกชั้น

        นอกจากนี้แล้วทางด้าน เลขานุการทีมบางกอก เอฟซี ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อยกับเงินจำนวน 1 ล้านบาท หากทีมรอดตกชั้นได้

         "อย่างที่เราเคยพูดกันไว้ว่าหากว่ารอดตกชั้นได้ ไม่ว่าจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ แต่เราก็พร้อมที่จะให้เงินอัดฉีดกับนักเตะเป็นจำนวน 1 ล้านบาทอย่างแน่นอน แต่ว่าเรื่องของการไปเที่ยวหรือกิจกรรมอย่างอื่นนั้นต้องดูเวลาก่อนว่ามีเพียงพอหรือไม่"


ที่มา: http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/120107_253.html
07/01/2012 20:56:32

8
07/01/2012 21:00:33 
     
       ''พยัคฆ์ล้านนา'' เชียงใหม่ เอฟซี ทำใจกลับไปสู่ลีกภูมิภาคอีกครั้ง ด้าน ''บิ๊กอี๊ด'' อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ประธานสโมสร ลั่นกลับไปยิ่งใหญ่ในดิวิชั่น 2 พร้อมหวนคืน ด.1 อีกครั้ง

        "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเกี่ยวโยงกับทางด้านพีอีเอ แต่ทางด้าน "พ่อเลี้ยงอี๊ด" อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ประธานสโมสรเชียงใหม่ เอฟซี ยืนยันอย่างเต็มปากเต็มคำว่า ยังคงเป็นเชียงใหม่ เอฟซี เหมือนเดิมอย่างแน่นอน แม้ว่าจะร่วงตกชั้นแต่ก็พร้อมทำใจ และมั่นใจว่าทีมจะกลับไปทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และไต่เต้ากลับมาสู่ ด.1 ใหม่ได้อีกครั้ง

         "เราก็ยังเป็นเชียงใหม่ เอฟซี อยู่ แม้ว่าจะตกชั้นแต่เราก็ยังไม่รวมกับใครแน่นอน ซึ่งปีหน้าเราจะกลับไปสร้างความยิ่งใหญ่ในดิวิชั่น 2 อีกครั้ง และมั่นใจอีกว่าจะสามารถไต่กลับมาสู่ ด.1 ได้"เตรียมเปิดตัวสนามใหม่ช่วงเดือน ก.พ.

         พร้อมกันนี้ทางด้าน พ่อเลี้ยงอี๊ด บิ๊กใหญ่แห่งล้านนา ยังเปิดเผยเกี่ยวกับสนามซ้อมแห่งใหม่ "สิงห์ เชียงใหม่ เอฟซี" ที่มีงบประมาณในการก่อสร้างและปรับปรุงกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเป็นสนามซ้อมแห่งใหม่, สนามอะคาเดมี่สำหรับเยาวชน และที่พักแก่นักฟุตบอลเพิ่มเติมในฤดูกาลหน้า ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เตรียมเปิดใช้งานได้ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้อนรับลีกการแข่งขันเปิด
 
        "ตอนนี้สนามซ้อมของเรา หรือว่าจะเป็นอะคาเดมี่ของเชียงใหม่ ก็ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็รอเพียงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กะว่าจะรอไกลลีก ด.2 เปิด และจะเปิดตัวก่อนประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้"

ที่มา: http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/120107_258.html

ความเห็นส่วนตัวสำหรับทีมนี้ : น่าเสียดายที่ปีนี้เราจะไม่ได้ไปเชียงใหม่ ปีหน้าขอให้ได้กลับขึ้นมา ด.1 นะคะ สู้ๆค่ะ  ;D

9

ค่อนข้างชัวร์ เมื่อ"บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ปธ.สโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ
ยินดีให้สิทธิ์ "พีอีเอ"รวมกับ สงขลา ลุยไทยลีกฤดูกาลหน้า
เพราะมีศักยภาพที่พร้อมทุกด้าน ขณะที่บอร์ด กฟภ. ก็ไม่มีปัญหา ส่วนสิทธิ์ในลีก ด.1
เดิมโอนให้ หาดใหญ่ เอฟซี ด้าน "โค้ชแต๊ก" ยัน 4 แข้งอย่าง แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า,
อาเชียมปง, อันแดร์สัน โดส ซานโต๊ส และ วายเวส เฮอร์แมน อยู่ร่วมทัพต่อไปแน่นอน

แฟนบอลชาวสงขลา เตรียมเฮต้อนรับปีใหม่ เมื่อมีข่าวดีทาง "วัวชนแดนใต้"
สงขลา เอฟซี ทีมอันดับ 4 ในศึกดิวิชั่น 1
ซึ่งก่อนหน้านี้มีลุ้นเกือบที่จะได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นไทยพรีเมียร์ลีก
แต่ไปเสมอกับ "ตราชฎา" ราชประ ไทยแลนด์ เอฟซี 2-2 ทำให้หมดสิทธิ์ไปโดยปริยาย
แต่อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้ที่ สงขลา เอฟซี จะได้ขยับขึ้นไปเล่นไทยพรีเมียร์ลีก
ก็แพร่สะพัดออกมาอีกครั้ง กับการรวมตัวทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ พีอีเอ
 
        ภายหลังจากที่ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่ของทีม "ปราสาทสายฟ้า"
บุรีรัมย์ พีอีเอ ได้ประกาศแยกทางกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อตั้งทีมใหม่คือ
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงเล่นในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า 2012
ในขณะที่ความชัดเจนแน่นอนว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ถือสิทธิ์เล่นในไทยพรีเมียร์ลีก
ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะไปเล่นกับทีมไหน
 
        โดยก่อนหน้านี้ตกเป็นข่าวว่ามีทั้ง เชียงใหม่ เอฟซี
ทีมที่ตกชั้นจากดิวิชั่น 1 และ นครปฐม เอฟซี
ที่มีโอกาสจะกลับมาร่วมฟาดแข้งอีกหนหลังจากจะพ้นติดโทษแบน
 
        ล่าสุดข่าวความเป็นไปได้ค่อนข้างที่จะแน่นอนแล้วว่า "พีอีเอ"
จะผนึกกำลังร่วมกับ สงขลา เอฟซี เมื่อ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ
เห็นชอบด้วยว่าถ้าให้สิทธิ์ สงขลา เอฟซี รวมกับ "พีอีเอ"
จะเป็นการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย เนื่องจาก จ.สงขลา มีความพร้อมทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน, แฟนบอล
และความเจริญทางด้านวัตถุที่อยู่ในระดับชั้นแนวหน้าของประเทศไทย
     
สงขลาเดินเรื่องผนึกพีอีเอร่วมโม่ไทยลีก
        ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวสยามกีฬารายวัน ได้รับการเปิดเผยจาก นิพนธ์ บุญญามณี
ประธานสโมสร "วัวชนแดนใต้" สงขลา เอฟซี แล้วว่า ตอนนี้ทางทีม สงขลา เอฟซี
กำลังอยู่ขั้นตอนของการเจรจากับบอร์ดบริหารระดับสูงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
เพื่อที่จะใช้สิทธิ์ลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า
แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนลงตัวสมบูรณ์
 
        "ผมยอมรับว่าได้มีการพูดกับบอร์ดบริหารระดับสูงของพีอีเอจริง
และมีความคืบหน้าไปอย่างมากไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ สงขลา เอฟซี
จะได้ใช้สิทธิ์ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคถืออยู่ลงเล่นในลีกสูงสุด
คาดว่าภายไม่เกินสิ้นเดือนม.ค.นี้ ทุกอย่างน่าจะมีความชัดเจนแน่นอน"
     
บอร์ดกฟภ.มั่นใจศักยภาพรอบด้านของสงขลา
        ประธานสโมสรสงขลา เอฟซี ยังเผยอีกว่า การพูดคุยเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น
เนื่องจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีความมั่นใจมองเห็นในศักยภาพของ สงขา เอฟซี
ที่มีความพร้อมทั้งสนามแข่งขันติณสูลานนท์ ที่สามารถรองรับแฟนบอลได้หลักหมื่นคน
อันดับคะแนนในตารางที่ติดหัวตาราง และลงสนามก็สามารถสู้กับทีมใหญ่อย่าง ชัยนาท
เอฟซี, บุรีรัมย์ เอฟซี, เอฟซี ภูเก็ต ได้อย่างสนุกไม่เป็นรอง
 
        ที่สำคัญมีฐานแฟนบอลของ สงขลา เอฟซี ที่ยอดเยี่ยมด้วย
เรียกว่ามีศักยภาพเพียงพอ อีกทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็กำลังต้องการสนับสนุนกีฬา
ซึ่งกำลังจัดการแข่งขัน "พีอีเอ คัพ" ในส่วนของ 5 จังหวัดชายแดนทางภาคใต้อยู่ด้วย
     
ยันสิทธิ์เหมือนกรุงไทยใช้สงขลาเอฟซี
        นอกจากนั้น นายใหญ่ "วัวชนแดนใต้" ยังได้ฝากไปถึงแฟนบอลของสงขลา เอฟซี
ด้วยว่าอย่าได้ตื่นตกใจกับการรวมตัวกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ พีอีเอ
เพราะจากการพูดคุยกันเบื้องต้น เขาพร้อมจะให้สิทธิ์ขาดในการบริหารงานอย่างเต็มที่
ซึ่งจะเป็นในลักษณะของการขายสิทธิ์เช่นเดียวกับที่ ธ.กรุงไทย เปลี่ยนเป็น
บางกอกกล๊าส เอฟซี  และชื่อทีมที่จะลงแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีก ก็ยังคงเป็น สงขลา
เอฟซี เช่นเดิม
 
        "หลังจากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปผมเกรงว่าจะทำให้แฟนบอลวัวชนแดนใต้ ชาวสงขลา
เกิดความกังวลใจหลังจากที่เรารวมตัวกันแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมขอชี้แจงว่า
เป็นการให้สิทธิ์ขาดเหมือนตอนที่ ธ.กรุงไทย ขายสิทธิ์ให้กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี
ทำให้ชื่อยังจะเป็น สงขลา เอฟซี อยู่หรือไม่ ซึ่งผมขอยืนยันว่าเราจะยังคงใช้ สงขลา
เอฟซี เช่นเดิม เพราะนี่คือชื่อที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องชาวสงขลาทุกคน"
     
พร้อมโอนสิทธิ์ให้หาดใหญ่เล่นด.1แทน
        ขณะเดียวกันหากว่าทีม สงขลา เอฟซี ขยับขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุด
แต่ก็ยังมีสิทธิ์ในฐานะสโมสรสมาชิกส่งเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 นั้น
ทาง นิพนธ์ บุญญามณี ประธานสโมสรสงขลา เอฟซี ก็เผยว่า ได้มีการประสานพูดคุยกับ
"เร้ด อีเกิ้ล" หาดใหญ่ เอฟซี ทีมในเอไอเอสลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้
เพื่อให้เข้ามาใช้สิทธิ์เล่นดิวิชั่น 1 ดังกล่าวแทน
 
        ทั้งนี้เพราะต้องการให้พี่น้องชาวสงขลา ได้ชมเกมฟุตบอลดีๆ มีคุณภาพ ซึ่ง
หาดใหญ่ เอฟซี ก็เปรียบเสมือนทีมพี่ทีมน้องอยู่แล้วนั่นเอง
     
แต๊กยัน4ตัวนอกอยู่ต่อเล็งอดีตทีมชาติยุ่น
        ด้านทีมแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ล่าสุด อย่าง "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ
นั้น "โค้ชแต๊ก"
กล่าวถึงตัวผู้เล่นต่างชาติที่จะเป็นส่วนหนี่งของทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าว่า "รายของ 2
แฟร้งค์ อย่าง แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า และ อาเชียมปง
คงจะอยู่กับทีมต่อไปเช่นเดียวกับรายของ อันแดร์สัน โดส ซานโต๊ส และวายเวส เฮอร์แมน
 
        โดยอาจจะได้นักเตะดีกรีอดีตทีมชาติญี่ปุ่น อย่าง นาโอตาเกะ ฮันยู
กองกลางอดีตทีมชาติญี่ปุ่น ในช่วงปี ค.ศ.2006-2008 ที่เคยเล่นกับสโมสร เจฟ ยูไนเต็ด
ระหว่างปีค.ศ.2002-2007
 
        และล่าสุดเล่นกับทีม เอฟซี โตเกียว ตั้งแต่ฤดูกาล 2008 เป็นต้นมา
และอยู่ในชุดแชมป์ฟุตบอล เอ็มเพอเรอส์ คัพ หรือ เอฟเอ คัพ ของญี่ปุ่น
ที่เพิ่งชิงไปไม่กี่วันที่ผ่านมาด้วย สำหรับนักเตะรายนี้ปัจจุบันอายุ 32 ปี
คาดว่าจะเดินทางมาร่วมทัพกับทีมเพื่อทดสอบร่างกายในช่วงสัปดาห์หน้า"

ที่มา : http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/120103_324.html

10
บอร์ดทั่วไป / 25 ธ.ค.54 ราชประชา 3 - 2 เชียงใหม่
« เมื่อ: ธันวาคม 25, 2011, 07:17:44 PM »
25 ธันวาคม 54
ราชประชา 3 - 2 เชียงใหม่
3 แต้มของพวกเรากลับมาแล้ว หลังจากน้ำท่วม
ขอบคุณนักเตะและทีมงานราชประชาทุกคนนะคะ
ที่มอบของขวัญอันล้ำค่านี้ให้กับเหล่าชฎาเกรท
ในวันคริสต์มาสปีนี้เป็นอีกวันนึงที่มีความสุขมากๆค่ะ  ;D

11
"นักรบลาวาเพลิง" บุรีรัมย์ เอฟซี ผลงานร้อนเเรงไม่เลิก
หลังเปิดบ้านถล่ม "ตราชฎา" ราชประชา ไทยเเลนด์ เอฟซี ไปขาดลอย 7-1
ผงาดคว้าเเชมป์ศึกดิวิชั่น 1 สำเร็จ มี 76คะแนน ส่วน "ตราชฎา" ยังมี 42คะแนนเท่าเดิม

        การแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 เลก2 เมื่อวันที่อาทิตย์ที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา
 

บุรีรัมย์  เอฟซี 7 - ราชประชา ไทยแลนด์ เอฟซี 1

ไฮไลท์ :http://sstv.siamsport.co.th/clipvdo.asp?id=00029259          

       การแข่งขันฟุตบอล ดิวิชั่น 1 ที่สนามนิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม  เป็นเกมการแข่งขันระหว่าง "นักรบลาวาเพลิง" บุรีรัมย์ เอฟซี เปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ "ตราชฎา" ราชประชา ไทยแลนด์ เอฟซี  โดยเกมนี้มีความหมายสำหรับเจ้าถิ่น หากว่าสามารถเก็บ 3 คะแนน ได้ จะการันตีการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลนี้ไปครองได้ทันที แม้ว่าจะเหลือเกมการแข่งขันในมืออีกถึง 3 นัดด้วยกัน
 
        สำหรับความพร้อมของทั้งสองทีมในเกมนัดนี้ เจ้าถิ่นขาดเพียงแค่ โคเน่ เซย์ดู รายเดียวที่ติดโทษแบน นอกนั้นลงสนามกันครบ สุริยา ดอมไธสง รับหน้าเป้า พร้อมกับมี จิรวัฒน์ มัครมย์ กับกัปตัน "ป๊อป" ศุภกิจ จินะใจ เติมเกมรุกริมเส้นสองข้าง สุมัญญา ปุริสาย,  รัตน เพชรอาภรณ์ ที่กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ก็ลงเป็นแกนหลัก พร้อมล่า 3 แต้ม เพื่อการันตีแชมป์เกมนี้
 
        ส่วน "ตราชฎา" ราชประชา ไทยแลนด์ นัดนี้ ปัญหาค่อนข้างหนัก เมื่อไม่สามารถใช้งาน โชคชัย ชูไชย, ดาวูด้า วูลัมป้า, วุฒิพงษ์  สิทธิธัญกิจ และ สุรสิทธิ์ ขุนจันทร์ ที่นัดกันติดโทษแบนเกมนี้ แต่ก็ยังมีตัวหลักๆ อย่าง ชูศักดิ์ สุวรรณา, สันติธร ลัทธิรมย์ และ นาวิน จันทร์งาม ลงเป็นตัวหลัก
 
        เปิดฉากเกมการแข่งขัน จังหวะลุ้นครั้งแรกเป็นของทีมเยือน ใน น.5 ทวีทรัพย์ สีนวนน้อย เล่นชิ่งโด่ง นาวิน จันทร์งาม กลางเขตโทษ ก่อนที่ศูนย์หน้าราชประชาตวัดยิงทันที แม้ลูกตรงกรอบแต่เบาเกินไป ผู้รักษาประตูรับสบาย
 
        แล้วหลังจากนั้น บุรีรัมย์สวนกลับเร็วทันทีสุริยา ดอมไธสง แทงบอลต่อให้ สมเจตร สัตบุษ ทางฝั่งขวาหน้าประตูแล้ว สมเจตรอัดเรียดผ่านมือผู้รักษาประตูส่งบอลซุกโคนเสาสองให้บุรีรัมย์ เอฟซี นำ 1-0
 
        เริ่มเขี่ยบอลใหม่ได้ไม่ถึงนาที บุรีรัมย์ตัดบอบลได้เปิดยาวมาหน้าเขตโทษ สมเจตรอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าแต่ไม่ได้เล่นบอล สุริยาเติมทะลุขึ้นมาหลุดเดี่ยว แตะบอลลอดมือนายทวารทีมเยือน ออกนำห่างเร็ว 2-0
 
        เกมของทีมเยือนไม่ได้เป็นรองมาก มีโอกาสบุกได้ลุ้นเช่นกัน น.14 นาวิน จันทร์งาม ได้โอกาสยิงก่อนบอลไปติดกองหลังบุรีรัมย์เด้งมาเข้าทาง กฤษณ์ วงษ์บุตรดี เก็บตกแถวสอง อัดด้วยขวาบอลยังไม่ผ่านมือ อัมรินทร์ เยาวดำ นายทวารเจ้าถิ่น
 
        เกมผ่านมาถึง น.20 เป็นทางฝั่งกองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันอย่างต่อเนื่อง สุมัญญา ปุริสาย ได้บอลกลางประตู แทงต่อให้สุริยาหลุดเดี่ยวยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างง่ายดาย พาบุรีรัมย์นำห่าง 3-0
 
        น.26 บุรีรัมย์ เอฟซี มาได้ประตูนำห่างเป็น 4-0 จากการวางบอลยาวของกองหลังข้ามมาฝั่งราชประชา กัปตัน "ป๊อป" ศุภกิจ จินะใจ วิ่งเติมมาเก็บบอลลากเข้าเขตโทษเลี้ยงตัดหลัง ชูศักดิ์ สุวรรณา ปั่นด้วยขวา บอลโค้งเข้าสามเหลี่มบนสวยงาม
 
        น.32 ตราชฎาเกือบตีไข่แตกได้ นาวิน จันทร์งาม เปิดมุมโด่งไปหน้าประตู อิโตะ ทาคูย่า ได้โหม่งเต็มๆ แต่บอลติดปลายมือ อัมรินทร์ เยาดำ ปัดออกไปได้หวุดหวิด ก่อนวิ่งไปคว้าไว้ได้อีกรอบ
 
        เกมการแข่งขันเป็นเจ้าถิ่นที่เคาะเกมบุกได้อยู่ฝ่ายเดียว น.39  วีระยุทธ จิตรขุนทด จ่ายบอลออกริมขวาให้สมเจตรเปิดหักมาหน้าประตู ศุภกิจยิงไปติดกองหลังตราชฎาออกหลังไป
 
        น.42 บุรีรัมย์เกือบได้เฮอีก วีระยุทธเปิดยาวจากแดนหลังบุรีรัมย์ ศุภกิจจี้บอลเข้าเขตโทษซัดไปติดปลายมือของ ริชาร์ด เยน นายทวารทีมเยือนออกมาเซฟได้เหลือเชื่อ จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม ครึ่งแรกเจ้าถิ่นนำห่าง 4-0
 
        เริ่มครึ่งหลัง น.49 บุรีรัมย์ เกือบได้ประตูเพิ่ม สุมัญญา จ่ายบอลตัดหลังให้ กัปตันป๊อป หลุดเดี่ยวยิงผ่านผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่ติดกองหลังวิ่งมาเคลียร์ออกจากเส้นได้ สมเจตรวิ่งมาซ้ำหลุดกรอบไปอีก

          น.50 จิรวัฒน์ มัครมย์ ได้เปิดฟรีคิกริมฝั่งขวากว่า 35 หลา บอลลอยย้อยมาหน้าเขตโทษ   ดุรงค์ฤทธิ์ ศรีลา วิ่งไปเทกตัวโขกเต็มศีรษะส่งบอลซุกก้นตาข่าย บุรีรัมย์นำเพิ่มเป็น 5-0
               
         บุรีรัมย์ยังเปิดเกมรุกต่อเนื่อง น.56 ต่อบอลกันถึงหน้าประตู "เจ้าตั๊ก" สุมัญญา ปุริสาย เติมขึ้นทางขวาก่อนยิงยัดมุมแคบส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปให้เจ้าถิ่นทิ้งขาด 6-0

        ทีมเยือนมีโอกาสตอบโต้ได้ลุ้นเช่นกัน น.60 สราวุธ สินธุปัน พาบอลถึงหน้าประตูล็อกเข้าขวายิงเต็มข้อ ยังไม่ผ่านมือ อัมรินทร์ เยาว์ดำ และ น.68 กฤษณะ วงษ์บุตรดี ลองส่องไกลลูกเหินข้ามคานออกหลังไปอย่างได้ลุ้น
     
        หลังจากที่ยิงประตูนำห่าง เกมรุกของบุรีรัมย์ ก็เริ่มที่จะเคาะบอลเล่นกันมากยิ่งขึ้น และรอโต้กลับเร็วจากจังหวะสวนกลับ น.72 สุริยา ดอมไธสง กระดกบอลต่อให้กับ สุมัญญา พักอกกลางเขตโทษก่อนพลิกตัวยิง แต่ผู้ตัดสินชี้ว่าเป็นลูกแฮนด์บอลไปก่อน

        ท้ายเกมการแข่งขัน น.88 ราชประชามีโอกาสได้ลุ้นทำประตูบ้าง จากลูกฟรีคิกของ นาวิน  จันทร์งาม ระยะ 18 หลาเยื้องมาทางริมเส้นขวา ปั่นด้วยขวาอ้อมกำแพงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป เป็นประตูตีไข่แตกให้ ตราชฎา ตามมาห่างๆ 1-6
 
        แต่แล้วบุรีรัมย์เริ่มเขี่ยบอล และเล่นเร็วขึ้นริมเส้นซ้ายบอลเปิดข้ามฟากมาทางเสาสอง สุมัญญาเติมเกมขึ้นมา เกี่ยวบอลก่อนซัดด้วยขวา ส่งบอลตุงตาข่าย และเป็นประตูปิดท้ายในเกมนัดนี้ให้บุรีรัมย์ เอฟซี เอาชนะ ราชประชา ไทยแลนด์ ไปด้วยสกอร์ 7-1
 
 
        วาทะโค้ช 
        เนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์บุรีรัมย์ เอฟซี : "ถือว่าเป็นปีที่ดีของ บุรีรัมย์ ที่เราสามารถคว้าแชมป์ได้ทั้ง 2 ทีม ซึ่ง บุรีรัมย์ เอฟซี เรามีเป้าหมายตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว หลังจากเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ก็อยากที่จะขึ้นไทยลีก และเราก็ทำได้สำเร็จ ทั้งที่เหลือเกมหลายนัด แต่เกมที่เหลือก็ยังต้องเต็มที่ ซึ่งน่าจะเป็นประวัติศาสตร์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 คว้าแชมป์ได้ทั้งที่เหลือเกมในมืออีกหลายนัด"

        พล.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ปธ.สโมสรราชประชา ไทยแลนด์ เอฟซี : "ก็ต้องแสดงความยินดีกับ บุรีรัมย์ เอฟซี ด้วยที่เป็นแชมป์แล้วตั้งแต่เนิ่นๆ แต่สำหรับทีมราชประชาแล้ว ผมก็ยังไม่ยอมแพ้ ในอีก 4-5 นัดที่เหลือ ยังไงก็ต้องทำให้ดีที่สุด ซึ่งหลังจากที่น้ำท่วมต้องบอกว่าเราได้รับผลกระทบอย่างหนักมาก โดยเฉพาะเรื่องของการซ้อมต่างๆ ทำให้ความพร้อมของเรายังมีไม่เต็มที่"

 
        คะแนนความสามารถของทั้งสองทีม
        บุรีรัมย์ เอฟซี : อัมรินทร์ เยาว์ดำ 7, ปิยราษฎร์ ลาจังหรีด 6 (เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว 6), วีรยุทธ จิตรขุนทด, รัตนะ เพชรอาภรณ์ 6 (รัตพล ปิยวุฒิสกุล 5), สุมัญญา ปุริสาย 8, สุริยา ดอมไธสง 8, เฮนรี่ โจเอล 7, ศุภกิจ จินะใจ 6 (ชาคริต ระวันประโคน 6), จิรวัฒน์ มัครมย์ 7.5, ดุรงค์ฤทธิ์ ศรีลา 7.5, สมเจตร สัตบุษ 7

        ราชประชา ไทยแลนด์ เอฟซี : ริชาร์ด เยน 5, อิโตะ ทาคูยะ 5, สันติธรณ์ ลัทธิรมย์ 5, กฤษณะ วงษ์บุตรดี 5 (ซิลล่า โมฮัมเหม็ด 4.5), นาวิน จันทร์งาม 5, นรากรณ์ วิเศษธนกาล 5, ศราวุธ สินธุปัน 5, จนาวัฒน์ อารีย์วรรณสุข 4.5 (เรวัต มีเรียน 5), ทวีทรัพย์ สีนวนน้อย 5, ชูศักดิ์ สุวรรณา 5, อัมรินทร์  ศรีโยหะจิรโชติ 4 (ฉัตรชัย บุญมา 5)

 
        แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : สุริยา ดอมไธสง ผู้ยิง2ประตูให้ บุรีรัมย์  เอฟซี

ที่มา: http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/111218_292.html



12
ขอแจ้งผู้ดูแลที่ดูแลแต่ละห้องนะคะ หากมีกระทู้ที่ไม่สมควรแล้วจะลบกระทู้นะคะ
ให้เลื่อนไปด้านล่างค่ะ ทางซ้ายมือจะมีคำว่า "ลบหัวข้อ" ให้คลิกคำนั้นค่ะ
แจ้งโดยทั่วกัน  ขอบคุณค่ะ  ;)

13
ทีพีแอลได้ออกโรงติงทีมไทยฮอนด้าในเรื่องของแฟนบอล ที่มีผู้เข้าชมน้อยเกินไป
โดยในเกมล่าสุดที่ พบ เจ.ดับบลิว. รังสิต มีแฟนบอลเพียง 165 คน
พร้อมกับเตือนเชียงใหม่ เอฟซีที่ลงทำการแข่งขันช้ากว่าเวลาที่กำหนดครึ่งชั่วโมง

        การประชุมผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชั่น 1 ประจำสัปดาห์ ในวันที่ 29 พ.ย. 54 ที่ผ่านมา
ณ ห้องประชุมรอดโพธิ์ทอง สนากีฬาแห่งชาติ ในส่วนของศึกฟุตบอลดิวิชั่น 1 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทางที่ประชุมก็ได้รับรายงานจากผู้ควบคุมการแข่งขันคู่ระหว่างไทยฮอนด้า พบกับ เจ.ดับบลิว. รังสิต
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. 54 ที่ผ่านมา

         ซึ่งผลการแข่งขันเป็นทางไทยฮอนด้าแพ้ไป 0-1 โดยในเกมดังกล่าว
มีแฟนบอลเข้าชมเกมในสนามเพียง 165 คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทำให้ทางบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก
ได้ส่งหนังสือแนะนำให้กับทางสโมสรไทยฮอนด้า ได้นำไปปรับปรุงและแก้ไขในช่วงท้ายฤดูกาลนี้

           

พร้อมแจ้งเตือนเชียงใหม่เรื่องเวลาเตะ   
 
        พร้อมกันนี้ที่ประชุมประจำสัปดาห์ของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ในส่วนของดิวิชั่น 1 ก็ได้เตรียมทำหนังสือเตือน
ให้กับ "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี ที่เกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอกับแบ็งคอก ยูไนเต็ด 1-1
เวลาการแข่งขันได้ช้ากว่ากำหนดไป 30 น. รวมไปถึงก่อนหน้านี้ที่ผู้ควบคุมการแข่งขันรายงานว่า
การแข่งขันที่เชียงใหม่มักจะช้ากว่ากำหนดอยู่เป็นประจำ


Credit: http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/111129_219.html
(ข้อมูล ณ วันที่ 29/11/2011 20:32:06)

14
ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธาน ทีพีแอล เผย
ยังไม่มีคำตอบให้ นครปฐม เอฟซี หลัง ยื่นอุทธรณ์โทษแบนจากสมาคมฯ จาก2ปีเหลือ1ปี

        ความเคลื่อนไหวในกรณีของทีม "หมูป่าเขี้ยวตัน" นครปฐม เอฟซี หลังจากถูกโทษแบนจากการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทย
เป็นเวลา 1 ปี ล่าสุดทางด้านของสโมสรได้มีการยืนหนังสือขออุทธรณ์โทษจากการแบนเป็นเวลา 2 ปีเหลือเพียงแค่ 1 ปี
โดยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 54 ที่สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวมีท เดอะ เพรส
 
        เพื่อเตรียมความพร้อมในศึกการแข่งขันฟุตบอลสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก โดยมีทางด้านของ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง
ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก มาเป็นประธานในพิธี ซึ่งทางด้านของผู้สื่อข่าวสยามกีฬาได้สอบถามถึงความเคลื่อนไหว
ในกรณีของทีมนครปฐม เอฟซีว่า จะกลับมาใช้สิทธิ์ในการแข่งขันปีหน้าเลยหรือไม่
ซึ่งทางด้านของ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ได้ออกมากล่าวว่า
 
        "เรื่องทั้งหมดอยู่ที่สมาคมฯ ซึ่งขณะนี้ผมเองก็ยังไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้ และตัวผมเองก็ตอบได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
ก็อย่างที่ได้ทราบกันว่า ทางทีมนครปฐม เอฟซีขณะนี้ถูกแบนไปแล้ว 1 ปี เราต้องเข้าใจและยอมรับว่า
ในขณะนี้มีการลุงทุนที่สูงมากกว่าเมื่อก่อนอยู่ค่อนข้างมาก
ซึ่งเรายังคงต้องช่วยกันแก้ไขและตัวผมเองก็ยังคงไม่มีคำตอบเกี่ยวกับในเรื่องนี้"

Credit: http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/111201_219.html
(ข้อมูล ณ วันที่ 01/12/2011 19:58:15)

15
วันนี้ได้แวะมาดูแลบอร์ด ก็เลยอาจมีกระทู้ถูกย้ายห้อง ถูกปักหมุดและนำหมุดออกหลายกระทู้
ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยค่ะ มีอะไรจะให้แก้ไขก็แจ้งได้นะคะ  ;D

หน้า: [1] 2 3